การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตราบ้านศาลา

Last updated: 2019-07-10  |  2883 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตราบ้านศาลา

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านศาลา

โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

:มาตรฐานอุปกรณ์ทางการเกษตรและสารเคมีที่ใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์

1.รถแทรกเตอร์(ขนาดกลาง)

-จานรถไถ ผาน 3(ไถดะ) และผาน 7(ไถแปร)

-โลตาลี่

2.รถเกี่ยวข้าว(ขนาดกลาง) 2 คัน พร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดรถเกี่ยว

3.เครื่องคัดทำความสะอาด(ขนาดกลาง)

4.เครื่องตรวจความชิ้น

5.เครื่องตรวจคุณภาพดิน

6.เครื่องเย็บกระสอบ

7.ตาชั่ง

8.สารเคมีควบคุมวัชพืช

-ยาคุมวัชพืช(เพนดิเมทาลิน,อ๊อกซ่าไดอะซอน)

9.ปุ๋ยอินทรีย์

10.ปุ๋ยเคมี 16-16-8(นาดินเหนียว) 16-20-0(นาดินทราย) 
 
11.สารปรับสภาพดิน ตรา ช.ช้างเงินล้าน

12.ธาตุอาหารรอง-เสริมตรา เกษตรสามช่า

:กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

-ขั้นตอนการปฏิบัติ

การทำแปลงขยายพันธุ์ข้าว

1. การคัดเลือกพื้นที่ทำแปลงขยายพันธุ์ข้าว

-บ้านศาลา ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา  เป็นพื้นที่ชลประทาน น้ำไม่ท่วมและไม่ประสบแล้ง

2. การคัดเลือกเกษตรกร

-วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์บ้านศาลา (รหัสทะเบียน 4-30-15-10/1-0014)

ที่ตั้ง : เลขที่ 69/1 หมู่ที่ 3 ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา รหัสไปรษณีย์ 30110 

มีสมาชิกทั้งหมด 26 คน

นำโดย    1. นาย องอาจ กล้าพิมาย (ประธานกลุ่ม)

             2. นายสิทธิ์วศัน สมบัติสวัสดิ์ {กรรมการ(การตลาด)}
     
3. การคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่จะผลิตข้าว

-ใช้พันธุ์หลักจากกรมการข้าว

4. การวางแผนการปลูกข้าว               

-หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวต่างจากพันธุ์เดิม เพื่อลดปัญหาข้าวปนจากข้าวเรื้อ
-กำจัดข้าวเรื้อก่อนเปลี่ยนพันธุ์ใหม่
-ห้ามปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่ออากาศ หนาวเย็นในช่วงกันยายน-พฤศจิกายน เช่น ชัยนาท1
-หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวในเดือนที่ระยะเก็บเกี่ยวตรงกับช่วงฝนตกชุก
-เลือกผลิตตามความต้องการเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ เช่น พันธุ์ข้าวน้ำลึก (เหลืองประทิว123,ข้าวบ้านนา,ปราจีนฯ2ขาวตาแห้ง)

5. การเตรียมดิน

-กำจัดข้าวเรื้อก่อนเปลี่ยนพันธุ์ข้าว หรือ เริ่มทำแปลงขยายพันธุ์ครั้งแรก โดย ตากหน้าดินหลังเก็บเกี่ยวข้าวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แล้วใช้โรตารี่ย่ำกลบตอซัง จากนั้นระบายน้ำออกให้หน้าดินแห้ง 2 สัปดาห์ จนข้าวเรื้องอก จึงใช้ขลุบย่ำ กลบข้าวเรื้อ หมักไว้1-2 สัปดาห์ ก่อนคราด ทำเทือก ปลูก
-ปรับพื้นนาให้เรียบสม่ำเสมอ ทำร่อง ระบายน้ำทุก 4 เมตร
-ใช้สารปรับสภาพดิน(ph) ตรา ช.ช้างเงินล้าน

     ปรับให้ความเป็นกรดอยู่ในระดับเหมาะสม ดินนาส่วนใหญ่ของประเทศไทยขาดแร่ธาตุอาหารพวกไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ต้นข้าวต้องการเป็นจำนวนมากสำหรับการเจริญ เติบโต และจากรายงานผลการวิเคราะห์ทางเคมีของดินนา ของกรมวิชาการเกษตร พบว่า ดินนาส่วนใหญ่ของทุกภาค มีปฏิกิริยาของดินเป็นกรด คือ มี pH ประมาณ ๔.๖-๕.๕

     ดินนาในภาคเหนือ เป็นดินเหนียว หรือดินทราย ปนดินเหนียว แม้จะมีความสมบูรณ์ของดินดีกว่าภาคอื่นๆ แต่มีปริมาณอินทรียวัตถุ และแร่ธาตุอาหารค่อนข้างต่ำ คือ มีปริมาณอินทรียวัตถุประมาณ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ มีธาตุฟอสฟอรัสประมาณ ๑๐ ppm. และมีธาตุโพแทสเซียมประมาณ ๘๐ ppm. ส่วนดินนาในภาคกลางเป็นดินเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นรองจากภาคเหนือ และมีปริมาณอินทรียวัตถุ และแร่ธาตุอาหารต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ดีกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ 

6. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าว

-ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้
-ตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนหว่านทุกครั้ง โดยสุ่มเมล็ดพันธุ์เพื่อตรวจสอบ ข้าวปน และเปอร์เซนต์ความงอก

-ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวในอัตรา     20 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปลูกแบบหว่านน้ำตม 
                                       
5 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปลูกแบบปักดำด้วยคน
                                 10 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปักดำด้วยเครื่องปักดำ
                            20-25 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับหว่านแห้ง

7. วิธีการปลูกข้าว

        7.1 หว่านน้ำตม เหมาะสำหรับพื้นที่อาศัยน้ำชลประทานที่ขาดแคลนแรงงาน ทำนาหลายครั้งต่อปี ไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์ โดยนำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่ในน้ำสะอาด นาน 1 - 2 ชั่วโมง นำขึ้นหุ้มอีก 36 - 48 ชั่วโมง จนเมล็ดงอกเป็นตุ่มตา ค่อยนำไปหว่านในนาด้วยมือหรือเครื่องหว่านเมล็ด

        7.2 ปักดำ เหมาะสำหรับพื้นที่อาศัยน้ำฝน หรือมีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว เพื่อป้องกันปัญหาข้าวเรื้อ และกรณีที่มีเมล็ดพันธุ์จำกัด แต่ต้องการขยายปริมาณมาก

              7.2.1 การตกกล้าในนาและปักดำด้วยคน    ต้องกำจัดข้าวเรื้อในแปลงที่จะใช้ตกกล้า   นำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่และหุ้มเช่นเดียวกับวิธีหว่านน้ำตม    จนเมล็ดงอกเป็นตุ่มตาจึงนำเมล็ดไปหว่านในนา    รอจนกล้าอายุ 20- 30 วัน  ค่อยถอนกล้าแล้วนำไปปักดำในนา ที่มีระดับน้ำไม่เกิน 10 เซนติเมตร

              7.2.2  การตกกล้าและปักดำด้วยรถดำนา   ต้องร่อนทำความสะอาดวัสดุเพาะกล้าก่อนนำมาใช้  เพื่อป้องกันเมล็ดข้าวที่ติดมากับวัสดุเพาะ(ขี้เถ้าแกลบ)   นำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่และหุ้มเช่นเดียวกับวิธีหว่านน้ำตม  แต่ลดระยะเวลาหุ้มลงเหลือ 24 ชั่วโมง   จึงนำเมล็ดข้าวงอกไปโรยในกะบะอัตรา 200-250 กรัม(ข้าวแห้ง)ต่อถาด   แล้วหุ้มเมล็ดต่ออีก 24 ชั่วโมง   ค่อยนำกะบะไปเรียงในนาหรือลานเพาะกล้า  คลุมกะบะด้วยซาแรนต่ออีก 3 วันจึงเปิดซาแรนออก   พอกล้าอายุได้ 15 – 22 วัน  ค่อยนำกล้าออกจากถาดไปปักดำในนาที่ระบายน้ำออกหมด

8. การควบคุมหอยเชอรี่

-ปล่อยเป็ดกินช่วงเตรียมแปลง และใช้ตาข่ายดักจับขณะสูบน้ำเข้านา
-ใช้สารกำจัดหอยเชอรี่ขณะหมักเทือกก่อนหว่านข้าว 1-2 วัน
         * นิโคซามาย 50 กรัมต่อไร่
         * เมทัลดีไฮด์ 150 กรัมต่อไร่ 
         * สมุนไพรกำจัดหอยเชอรี่ 3 กิโลกรัมต่อไร่
-ระดับน้ำในนาขณะใช้สารไม่เกิน 5 เซนติเมตร

9. การควบคุมวัชพืช

-ใช้สารเคมีควบคุมวัชพืชให้ถูกต้อง
           * ถูกกับชนิดของวัชพืช (ใบแคบ ใบกว้าง กก )
           * ถูกกับเวลาที่ใช้แล้วได้ผลดี (โดยนับจาก วันหว่านข้าว)
           * ถูกอัตราที่สารนั้นกำหนด
-เปิดน้ำเข้านาหลังพ่นสารเคมี 3 วัน
-รักษาระดับน้ำ 5 - 10 เซนติเมตร หลังกำจัดวัชพืช เพื่อป้องกันวัชพืชงอกอีกครั้ง

10. การจัดการน้ำในนา

-รักษาระดับน้ำให้เหมาะสมกับอายุข้าว
           * ระยะกล้า 5 เซนติเมตร.
           * ระยะแตกกอ 5 - 10 เซนติเมตร
           * ระยะตั้งท้อง-ออกดอก 10 เซนติเมตร
 -ระบายน้ำก่อนเก็บเกี่ยว
           * นาดินเหนียว 10 - 14 วัน
           * นาดินทราย 7 วัน

11. การใส่ปุ๋ยในนาข้าว

-กำจัดวัชพืชก่อนใส่ปุ๋ย
-ระดับน้ำขณะใส่ปุ๋ย 5 - 10 เซนติเมตร.
-ใส่ปุ๋ยให้เหมาะกับชนิดของดิน ชนิดและระยะการเจริญเติบโตข้าว

ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง(ต้นเตี้ย)

1. ดินเหนียว แบ่งใส่ 2 ครั้ง
     - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-20-0 หรือ 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 25 - 35 กิโลกรัม/ไร่
     - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 - 15 กิโลกรัมต่อไร่่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 20 - 30 กิโลกรัมต่อไร่
2. ดินร่วน และดินทราย แบ่งใส่ 2 ครั้ง 
     - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 25 - 35 กิโลกรัม/ไร่
     - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 - 15 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 20 - 30 กิโลกรัมต่อไร่่

ข้าวไวต่อช่วงแสง(ต้นสูง)

1. ดินเหนียว แบ่งใส่ 2 ครั้ง
     - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-20-0 หรือ 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 20 - 25 กิโลกรัมต่อไร่
     - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 5 - 10 กิโลกรัมต่อไร่่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 10 - 20 กิโลกรัมต่อไร่
2. ดินร่วน และดินทราย แบ่งใส่ 2 ครั้ง 
    - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 20 - 25 กิโลกรัมต่อไร่
    - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 5 - 10 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 10 - 20 กิโลกรัมต่อไร่

 

12. การกำจัดข้าวปน


- ระยะแตกกอ

- ระยะออกดอก

 

13. การป้องกันกำจัดศัตรูข้าว

-โรคข้าว

-แมลงศัตรูข้าว

-สัตว์ศัตรูข้าว

 

14. การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าว

-ระบายน้ำก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 7 - 10 วัน 

-เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ระยะสุกแก่พอดี ประมาณ 30 วันหลังข้าวออกดอก 80 %

-ทำความสะอาดรถเกี่ยวนวดก่อนเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

-เกี่ยวข้าวขอบแปลงแยกออกเพื่อทำความสะอาดรถเกี่ยวนวดอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

-ทำความสะอาดภาชนะบรรจุ รถบรรทุก ก่อนเก็บเกี่ยวและชักลากเมล็ดพันธุ์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com