การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

Last updated: 2021-04-29  |  5689 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว


คู่มือเกษตรกร
หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว
 
1.การจัดการแปลงนา
1.1 พื้นที่เพาะปลูก – การคัดเลือกพื้นที่และการจัดการสุขลักษณะ
(1)คัดเลือกพื้นที่แปลงนาที่มีคุณลักษณะเหมาะสมต่อการผลิตเมล็ดพันธุ์
(2)การจัดการสุขลักษณะ
     (ก)การผลิตเมล็ดพันธ์ข้าวพันธุ์หนึ่งพันธุ์ใด ควรเว้นระยะห่างจากแปลงนาข้าวพันธุ์อื่นอย่างน้อย 3เมตร หรืออาจเว้นอย่างน้อย 1 เมตร โดยต้องไม่เก็บเกี่ยวเมล็ดในแถวคุมนับช่วงความกว้าง 1 เมตร จากขอบแปลง
     (ข)หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวพันธุ์ต่างจากเดิม การใช้พื้นที่ที่สลับฤดูปลูกกับข้าวพันธุ์อื่นหรือการใช้พื้นที่ที่อยู่ท่ามกลางนาข้าวพันธุ์อื่นที่ปลูกและเก็บเกี่ยวช่วงเดียวกัน เพี่อลดปัญหาข้าวปน ข้าวเรื้อ
     (ค)กรณีที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ร่วมกัน ควรเลือกใช้พื้นที่ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม บริเวณติดต่อกันหรือใกล้เคียง เพื่อให้สะดวกในการจัดการดูแล ในระหว่างการปลูกและหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต
     (ง)เตรียมดินก่อนปลูก เพื่อกำจัดข้าวเรื้อ วัชพืช ตลอดจน โรคพืช แมลงศัตรูพืชที่หลบอาศัยในตอซังโดยใช้วิธีเขตกรรม
     (จ)ปรับปรุงกายภาพและความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสม เช่น ปลูกพืชตระกูลถั่วเป็นปุ๋ยพืชสดสลับกับการทำนา การใช้วัสดุอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยชีวภาพ ปรับปรุงดิน หรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี การงดการเผาฟาง ตอซัง หรือเผาดิน
     (ฉ)จัดทำข้อมูลประจำแปลง ชนิดพันธุ์ข้าวที่ปลูก ประวัติการใช้ที่ดินย้อนหลัง 3 ปี และรายระเอียดอื่นๆ เช่น ชื่อเจ้าของ หรือ ผู้ดูแลแปลงนา(ถ้ามี) ที่ตั้ง สถานที่ติดต่อแผนที่แปลง กิจกรรมที่ปฏิบัติ
1.2 การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร ได้แก่ สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชต้องใช้ตามคำแนะนำและใช้สารเคมีที่มีใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนถูกต้องจากกรมวิชาการเกษตร
     การใช้สารเคมีดังกล่าวต้องใช้ให้ถูกสุขลักษณะและเก็บสารเคมีและวัสดุอุปกรณ์ การฉีดพ่นให้ถูกต้องในสถานที่มิดชิดเป็นสัดส่วน ป้องกันจากแสงแดด และไม่ก่อการปนเปื้อนไปสู่อาหาร หรือก่ออันตรายต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม
1.3 การกำจัดของเสียและวัสดุที่เหลือใช้ เศษพืช ฟาง ที่ไม่มีโรคเข้าทำลายสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสด แต่หากมีโรคทำลายต้องเผาหรือฝังให้มิดชิด ป้องกันการระบาดในฤดูต่อไป แยกประเภทขยะให้ชัดเจน ขยะที่เป็นภาชนะบรรจุสารเคมีต้องฝังหรือแยกทิ้ง
2.การจัดการเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร
2.1   จัดให้มีอุปกรณ์การเกษตรที่เหมาะสมเพียงพอ โดยจัดเก็บในสถานที่ที่เป็นสัดส่วน ปลอดภัย และง่ายต่อการนำไปใช้งาน
2.2   ตรวจสอบสภาพของเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร เช่น เครื่องพ่นสารเคมี อุปกรณ์การเก็บเกี่ยวก่อนนำไปใช้งาน เพราะต้องการความเที่ยงตรงในการปฏิบัติงาน หากพบข้อบกพร่อง ควรซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี
3. การจัดการปัจจัยการผลิต
     จัดทำรายการและบันทึกแหล่งที่มา และรายละเอียดของปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ พันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี หรือวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ใช้ในการปฏิบัติการผลิต พร้อมทั้ง ระบุรายการ ปริมาณ วันเดือนปี แหล่งที่มาที่จัดซื้อจัดหา เป็นต้น
4. การเลือกพันธุ์ข้าว และ เมล็ดพันธุ์
4.1   พันธุ์ข้าว
     (ก)เลือกพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรสนใจปลูกหรือมีตลาดต้องการ สามารถเจริญเติบโตได้ดีเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ ให้ผลผลิตสูง และต้านทานโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญในท้องถิ่น
     (ข)ก่อนปลูกควรศึกษาลักษณะและคุณสมบัติของพันธุ์ข้าวนั้นๆ เพื่อให้สามารถดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม ไม่เกิดความเสียหาย และรักษาพันธุ์ข้าวให้บริสุทธิ์ถูกต้องตรงตามพันธุ์
4.2   เมล็ดพันธ์
     (ก)เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ มีความบริสุทธิ์ ตรงตามพันธุ์ ไม่มีเมล็ดข้าวพันธุ์อื่น หรือเมล็ดวัชพืช เมล็ดที่มีโรคและแมลงทำลาย รวมทั้งสิ่งเจือปนอื่นๆ มาปนอยู่ เมล็ดมีความงอกดี เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้ควรมีคุณภาพมาตรฐาน คือ มีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 98% มรความงอกไม่น้อยกว่า 80% และมีเมล็ดพันธุข้าวอื่นปนไม่เกิน 20 เมล็ดใน 500 กรัม และเมล็ดข้าววัชพืชที่เป็นข้าวแดงปนไม่เกิน 10 เมล็ด ใน 500 กรัม โดยสามารถจัดหาได้จากแหล่งที่น่าเชื่อถือดังต่อไปนี้
- จากหน่วยราชการที่มีภารกิจโดยตรง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าว และ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ของกรมการข้าว
- สหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน เกษตรกรที่ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือเอกชนผู้ประกอบการที่ได้การรับรองจากกรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย
     (ข)ควรเพาะทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ก่อนใช้โดยเฉพาะเมล็ดที่เก็บรักษาไว้นานข้ามฤดู
     (ค)ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกในอัตราที่เหมาะสม วิธีปักดำ 5-7 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีหว่านน้ำตม 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีหว่านข้าวแห้ง 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ และวิธีหยอด 8-15 กิโลกรัมต่อไร่
5. การเตรียมดิน การปลูก และการดูแลรักษา เพื่อควบคุมปริมาณข้าวพันธุ์อื่นปนในแปลงนาไม่เกิน
     การเตรียมดินที่ดีจะต้องมีการไถดะ ไถแปรพื้นที่อย่างประณีตเพื่อกำจัดข้าวเรื้อและวัชพืชก่อนปลูกข้าว และปรับพื้นที่ให้เรียบ สม่ำเสมอ ไม่เป็นแอ่ง โคกหรือที่ดอน จะทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำ ได้สะดวก ต้นข้าวเจริญเติบโตได้สม่ำเสมอ และ ลดการระบาดของวัชพืช
5.1  การกำจัดข้าวเรื้อและวัชพืช โดยการปล่อยน้ำให้ท่วมแปลงนาแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ประมาณ 15 วัน เพื่อให้ข้าวเรื้อและวัชพืชงอกแล้วจึงไถกลบ ทำเช่นนี้ 2 ครั้ง
     กรณีของ ข้าววัชพืช ควบคุมการระบาดโดยการปลูกด้วยวิธีปักดำ หรือหยอดโรยเป็นแถวก่อนปลูกระบายน้ำเข้านาหมักฟางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จึงคราดและทำเทือก หากมีการระบาดมากควรหลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่จัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์
5.2  วิธีปลูกและการเตรียมดิน
วิธีปักดำ
- ตกกล้าเมล็ดพันธุ์ 5-7 กิโลกรัม ในแปลงตกกล้า เพื่อใช้ปักดำในพื้นที่ 1 ไร่ (ขนาด 50-70 กรัมต่อตารางเมตร) ดูแลอย่าให้น้ำท่วมแปลงกล้า
o   เตรียมดินแปลงปักดำ โดยไถดะทิ้งไว้ 7-10 วัน ปล่อยน้ำเข้า แล้วไถแปรเพื่อทำลายวัชพืชที่ขึ้นมาสัก 2 ครั้ง แล้วคราดทำเทือก ปรับระดับดินให้สม่ำเสมอ รักษาระดับน้ำประมาณ 5 เซนติเมตร
o   การปักดำ ใช้กล้าอายุ 20-25 วัน สำหรับข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง และ 25-30 วัน สำหรับข้าวไวต่อช่วงแสง ถอนกล้าโดยไม่ต้องตัดใบและไม่ฟาดมัดกล้าเพราะจะทำให้ต้นกล้าช้ำ ระยะปักดำ 20x20 เซนติเมตร จำนวน 2-5 ต้นต่อกอหรือต่อจับ เมื่อกล้าตั้งตัวและแตกกอ รักษาระดับน้ำประมาณ 5-10 เซนติเมตร

วิธีหว่านน้ำตม
o   เตรียมดินเหมือนกับวิธีปักดำ แต่ให้ทำร่องน้ำเพื่อแบ่งแปลง กว้าง 2-3 เมตร เพื่อระบายน้ำและเป็นทางเดินสำหรับตรวจแปลง ใส่ปุ๋ยและฉีดสารเคมี
o   หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวให้สม่ำเสมอ ดูแลอย่าให้น้ำท่วมแปลงแต่ให้มีความชื้นเพียงพอสำหรับการงอก จากนั้นค่อยเพิ่มระดับน้ำตามการเจริญเติบโต รักษาระดับน้ำไม่เกิน 10 เซนติเมตร
     กรณีนาดำหรือนาหว่านตม ใช้เมล็ดที่เตรียมให้งอกก่อน โดยนำเมล็ดพันธุ์ใส่กระสอบ หรือ ถุงผ้าดิบ มัดให้หลวมๆ แล้วนำถุงเมล็ดไปแช่ในน้ำสะอาดในโอ่ง ถัง หรือในแม่น้ำลำคลอง แช่น้ำไว้ ประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วนำขึ้นมาหุ้มหรือคลุมด้วยกระสอบป่าน 1-2 วัน ขณะหุ้มต้องราดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนลดน้ำต้องพลิกกลับกระสอบเพื่อให้เมล็ดงอกสม่ำเสมอ เมล็ดที่งอกพอเหมาะควรงอกเป็นตุ่มหรืองอกรากยาว 1-2 มม. จึงนำไปใช้ ส่วนวิธีอื่นๆ เช่น วิธีหว่านข้าวแห้ง วีธีหยอด ใช้เมล็ดพันธุ์ปกติ

วิธีหยอด
- เตรียมแปลงโดยการไถดะ ทิ้งไว้ 7-15 วัน ไถแปร 1-2 ครั้ง ให้ขี้ไถสม่ำเสมอ ปราศจากวัชพืช
- หยอดเป็นหลุม : อัตราเมล็ดพันธุ์8-10 กิโลกรัมต่อไร่ ใช้ไม้กระทุ้งดินให้ลึก 4-5 ซม. ระยะห่างระหว่างหลุม 20-25 ซม. หลุมหนึ่งหยอด 4-5 เมล็ด แล้วกลบ การหยอดเป็นหลุมอาจใช้เครื่องหยอดที่ใช่คนลากหรือติดกันรถไถเดินตาม
- หยอดโรยเป็นแถว : อัตราเมล็ดพันธุ์ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ทำร่องลึกประมาณ 4-5 ซม. ให้ห่างกันประมาณ 4-5 ซม. ใช้คนโรยตามร่อง หรืออาจใช่เครื่องหยอดติดรถไถเดินตามแล้วกลบเมล็ด
5.3  การปลูก และการดูแลรักษา
     (ก)การปลูก ปลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยคำนวณถึงระยะเวลาในการเจริญเติบโตของข้าวแต่ละพันธุ์ และกะให้ช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยวไม่มีฝนตก
ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรปลูกซ่อมข้าว เพราะต้นข้าวที่ซ่อมจะออกดอกออกรวงล่ากว่าต้นข้าวที่ไม่ได้ปลูกซ่อม แต่ถ้าจำเป็นต้องซ่อม ควรซ่อมให้เสร็จภายใน 1-5 วัน และต้องใช้ข้าวพันธุ์เดิมที่ได้มาจากเมล็ดพันธุ์ชุดหรือแหล่งเดียวกันเท่านั้น
     (ข)การควบคุมน้ำ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นและมีผลต่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในระยะ 30 วันแรกหลังปักดำ ไม่ควรให้ขาดน้ำเพราะวัชพืชจะขึ้นแข็ง และไม่ควรให้ต้นข้าวขาดน้ำในช่วงสร้างรวงอ่อนถึงระยะออกดอก ส่วนในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวต้องระบายน้ำให้ดินแห้งและข้าวสุกแก่สม่ำเสมอ
การรักษาระดับน้ำให้เหมาะสมกับอายุข้าว
o   ระยะกล้า 5 เซนติเมตร
o   ระยะแตกกอ 5-10 เซนติเมตร
o   ระยะตั้งท้อง-ออกดอก 10 เซนติเมตร
การระบายน้ำก่อนเก็บเกี่ยว
o   นาดินเหนี่ยว 10-14 วัน
o   นาดินทราย 7 วัน
 
     (ค)การป้องกันกำจัดศัตรูพืช สำรวจการเข้าทำลายของศัตรูพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว สัตว์ศัตรูพวก นก หนู ปู หอย ให้ดำเนินการป้องกันกำจัดเพื่อลดความเสียหายตามความเหมาะสม
     ศัตรูพืชพวกโรคและแมลง ควรติดตามการระบาดในระยะต่างๆ และหากตรวจพบในปริมาณที่ทำให้เกิดความเสียหายถึงระดับเศรษฐกิจ จึงดำเนินการป้องกันกำจัดศัตรูพืชนั้นอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของกรมการข้าว โดยควรใช้วิธีการป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน คือการใช้หลายวิธีรวมกัน เพื่อลดการใช้สารฆ่าแมลงสารป้องกันกำจัดโรคข้าวหลีกเลี่ยงการทำลายศัตรูธรรมชาติ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในนาข้าว
     วัชพืช นาดำ ถ้านาไม่ขาดน้ำวัชพืชจะไม่เป็นปัญหาควรกำจัดวัชพืชด้วยมือ เมื่อ 20-30 วันหลังปักดำ เพียง 1-2 ครั้ง สำหรับนาหว่าน ถอนกำจัด 1-2 ครั้ง หลังจากข้าวงอกแล้ว ก่อนไข่น้ำเข้านา ไม่ควรใช้สารกำจัดวัชพืช แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ให้ใช้สารป้องกันกำจัดพืชที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ตรงกับชนิดวัชพืช และปฏิบัติตามคำแนะนำ

วิธีปลูกวัชพืชที่ขึ้นวัชพืชร้ายแรง
นาปักดำหญ้าข้าวนก ผักปอดนา ขาเขียด ผักตับเต่า เทียนนา กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุก ผักแว่น สาหร่ายไฟหญ้าข้าวนก
นาหว่านตมหญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว หญ้าแดง ผักปอดนา ขาเขียด กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุก ผักแว่นหญ้าข้าวนก หญ้าดอกขาว(หญ้าลิเก)
นาหว่านข้าวแห้งหญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว หญ้าแดง หญ้าหางหมา หญ้ากุศลา ผักปราบนา ผักบุ้ง เซ่งใบยาว เซ่งใบมน โสน กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุกหญ้าดอกขาว(หญ้าลิเก)









     
     การจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ควรสำรวจแปลงนาและถอนกำจัด ข้าววัชพืช (วัชพืชตระกูลข้าวได้แก่ ข้าวหาง ข้าวดีดหรือข้าวเด้ง รวมทั้ง ข้าวแดง) และวัชพืชทั่วไปบางชนิดที่จัดเป็นวัชพืชร้ายแรง เช่น หญ้าข้าวนก หญ้าดอกขาว (หญ้าลิเก) หญ้าเดือย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญกำจัดได้ยาก เมื่อมีเมล็ดติดปนไปกับผลผลิต ทำให้ด้อยคุณภาพ และยังสามารถจะแพร่ขยายพันธุ์ทำความเสียหายในแปลงาได้ต่อๆ ไป
5.4  การใส่ปุ๋ย
     (ก)ปุ๋ยเคมี ควรใส่ตามค่าวิเคราะห์ดิน หรือ ใส่ตามคำแนะนำการผลิตข้าวเฉพาะพื้นที่ หรือใส่ตามค่าสีใบ หรือใส่ตามคำแนะนำทั่วไป ซึ่งกำหนดให้ใส่เพียง 2 ครั้ง ให้เหมาะสมกับชนิดดินและชนิดของพันธุ์ข้าว ดังนี้
 
o   ครั้งที่ 1 ใส่ปุ๋ยรองพื้นในระยะกล้า
นาหว่าน : หลังจากข้าวงอก 20-30 วัน นาดำก่อนปักดำ 1 วัน (ตอนไถและคราด) หรือหลังจากปักดำ 7-10 วัน นาดินเหนียว ใช้สูตร 16-20-0 ดินทราย ใช้สูตร 16-16-8 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับ การทำนาปี(ข้าวไวต่อช่วงแสง) และอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับการทำนาปรัง(ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง)
o   ครั้งที่ 2 ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าระยะกำเนิดช่อดอก(ข้าวตั้งท้อง) หรือ 30 วันก่อนออกดอก
ดินเหนี่ยว ใช้สูตร 46-0-0 ดินทราย ใช้สูตร 46-0-0 หรือ 21-0-0 อัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับการทำนาปี(ข้าวไวต่อช่วงแสง) และอัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับการทำนาปรัง(ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง)
    (ข)ปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดิน มีธาตุอาหารเสริมมากกว่าปุ๋ยเคมีซึ่งจะช่วยดูดซับธาตุอาหารทำให้ชะลอการสูญเสียธาตุอาหารจากปุ๋ยเคมีได้จึงควรใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี
     ปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ ทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ต้องใส่ระยะเตรียมดิน อัตรา 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ คือ ไถกลบลงในดินก่อนปลูกข้าว 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาปุ๋ยอินทรีย์ย่อยสลายลงในดินก่อนการหว่านข้าวหรือปักดำ สำหรับปุ๋ยพืชสด ให้ปลูกพืชตระกุลถั่ว ได้แก่ ถั่วพุ่ม ถั่วเขียว หรือโสน ได้แก่ โสนอัฟริกัน โสนอินเดีย ปลุกและไถกลบก่อนเตรียมดินปลุกข้าว
5.5 การกำจัดข้าวพันอื่นปน
     เป็นกิจกรรมที่จำเป็นและมีความสำคัญ ควรสำรวจแปลงปลูกใน 5 ระยะการเจริญเติบโต เพื่อกำจัดพันธุ์ข้าวอื่น รวมทั้งต้นข้าวที่มีลักษณะไม่พึงประสงค์ คือ
o   ระยะกล้า ถอนกำจัดข้าวเรื้อ ตรวจดูกล้าที่มีลักษณะผิดปกติ หรือเป็นโรค ให้ถอนทำลาย
o   ระยะแตกกอ ตรวจดูลักษณะการแตกกอ การชูใบ สีของส่วนต่างๆ ของใบและต้น ขนาดของใบ ข้อต่อ ความสูง หากพบต้นผิดปกติให้ถอนทิ้งหรือทำลาย
o   ระยะการออกดอก ตรวจดูความสูงต่ำของต้นข้าวในระยะออกดอก ลักษณะการออกดอก สีและขนาดของดอก เกสรตัวผู้และตัวเมีย หากพบต้นผิดปกติให้ตัดทิ้ง
o   ระยะโน้มรวง ตรวจดูพบลักษณะที่ผิดปกติ โน้มรวงก่อนหรือหลังต้นอื่น ลักษณะเมล็ด ใบธง หากผิดปกติให้ตัดทิ้ง
o   ระยะเมล็ดสุกแก่ เมื่อข้าวสุกแก่ รวงจะเริ่มเหลือง ให้ตรวจดูลักษณะของรวง ความถี่ห่างของระแง้ และเมล็ด โดยตรวจดูสีหรือจุดประบนเมล็ด รวมทั้งความผิดปกติจากโรคหรือแมลงหากพบให้ตัดทิ้ง
 
6. การเก็บเกี่ยว และนวดข้าว
     เมื่อข้าวเริ่มออกดอก หมั่นเดินสำรวจแปลงนาถ้าพบข้าวออกดอกทั้งแปลงประมาณร้อยละ ให้กำหนดเป็นวันออกดอกของแปลงนั้นๆ บันทึกวันออกดอก กำหนดวันเก็บเกี่ยว โดยนับจากวันที่ข้าวออกดอกไป 28-30 วัน นัดรถเก็บเกี่ยวข้าวหรือแรงงานที่จะเก็บเกี่ยวให้พร้อม ระบายน้ำออกจากแปลงนา หลังจากข้าวออกดอก 20-25 วัน (หรือ 7-10 วัน ก่อนเก็บเกี่ยว) เพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอ
     การเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดข้าว ต้องสอบถามประวัติการเก็บเกี่ยวนวดของรถ ถ้าเกี่ยวพันธุ์อื่นมาก่อนต้องทำความสะอาดเครื่องเกี่ยวนวดเพื่อกำจัดพันธุ์อื่นที่ตกค้างอยู่ภายใน หรือเดินรถเกี่ยวข้าวขอบแปลงก่อนประมาณ 100 กิโลกรัมแยกไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้าวพันอื่นตกค้างอยู่ส่วนกรณีเครื่องนวดข้าวก็เช่นเดียวกัน หากนวดข้าวพันธุ์อื่นมาก่อนต้องทำความสะอาดเครื่องนวด หรือนวดเพื่อกำจัดข้าวพันธุ์ที่ตกค้างอยู่ในเครื่องออก
7. การลดความชื้น
- การตากฟ่อนข้าวก่อนนวด ต้องนำออกมาผึ่งกลางแดดก่อนประมาณ 2-3 แดดติดต่อกันเมื่อแห้งจึงรวมเก็บไว้ในร่ม คลุมด้วยวัสดุที่แห้งและสะอาด ป้องกันฝนและน้ำค้าง
- การตากหลังนวด ควรทำความสะอาดลานตากก่อน ควรตากเมล็ดบนวัสดุที่สะอาดและแห้ง เช่น ผ้าใบหรือผ้าพลาสติก ไม่ควรตากกับพื้นซีเมนต์ร้อนจัดโดยตรง เพราะเมล็ดอาจได้รับความร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดการแตกร้าวภายในเมล็ด ตากข้าวหนาประมาณ 5 เซนติเมตร และควรหมั่นกลับกองข้าวเพื่อให้ได้รับแดด ช่วยให้ลดความชื้นได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ
- กรณีใช้เครื่องเกี่ยวนวด ให้ลดความชื้นเมล็ดภายใน 24 ชั่วโมง
- การลดความชื้นด้วยการอบ อุณหภูมิที่ใช้ในการอบเพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ไม่ควรเกิน 42 C ความชื่นสัมพัทธ์ ไม่ควรเกิน 60% และไม่ควรลดความชื้นในอัตราที่เร็วเกินไป โดยเฉพาะในขณะที่เมล็ดมีความชื้นสูง จะทำให้เกิดความเสียหายกับเมล็ดได้
- หลังลดความชื้น เมล็ดข้าวควรมีความชื้น 12-13% และควรควบคุมความชื้นไม่เกิน 14% ในระหว่างที่เก็บรักษา
8. การเก็บรักษาและขนย้าย
- ทำความสะอากกระสอบหรือภาชนะที่ใช้บรรจุให้ปราศจากข้าวพันธุ์อื่น พาหนะในการขนย้ายต้องสะอาด ปกปิดมิดชิด ป้องกันการเปียกน้ำจากภายนอก และไม่ปนเปื้อนสารเคมี
- สถานที่เก็บรักษาต้องแยกจากสถานที่เก็บปุ๋ย วัตถุอันตรายทางการเกษตร หรือสารเคมีอื่นๆ ควรทำความสะอาดยุ้งฉาง และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มิดชิด ป้องกันฝนรั่ว หรือสาดเข้าไปในยุ้งฉางได้ ป้องกันการเข้าทำงายของสัตว์ เช่น นก หนู แมลง
- จัดเก็บแยกข้าวแต่ละสายพันธุ์ กรณีวางบนพื้นต้องมีแคร่ไม้รองสูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 5 เซนติเมตร
- ติดป้ายหรือฉลากบันทึกรายละเอียด ข้อมูล ปริมาณ วัน-เวลาที่นำข้าวเข้าเก็บรักษาที่กระสอบแคร่หรือกองเมล็ด เพื่อให้สังเกตและตรวจสอบได้ง่าย
9. การบันทึกข้อมูล
การปฏิบัติที่ดีในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เกษตรกรควรมีการจัดทำบันทึกรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ถ้าหากมีมากกว่า 1 แปลง ต้องแยกเป็นรายแปลงเพื่อสะดวกในการตรวจสอบ หากมีปัญหาเกี่ยวกันคุณภาพ เราสามารถตรวจสอบหาข้อบกพร่องเพื่อจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
 
เทคนิค การจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว
 
     การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี เป็นการรักษาพันธุ์ข้าวให้เป็นพันธุ์ดีอยู่เสมอไม่เสื่อมกลายพันธุ์ซึ่งเกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองได้ เพราะพันธุ์ข้าวเสื่อมคุณภาพลงได้เนื่องจากสาเหตุ ดังนี้
1.การผสมข้ามพันธุ์ จากแปลงข้างเคียง หรือข้าวพันธุ์อื่นที่ขึ้นปนอยู่ในแปลงเดียวกัน
2.การกลายพันธุ์ ส่วนมากเกิดกับข้าวพันธุ์ผสม เช่น พันธุ์ กข.ต่างๆ สุพรรณบุรี 1 ชัยนาท 1 เป็นต้น เพราะจะมีการกลายกลับไปมีลักษณะเหมือนต้นแม่
3.ข้าวเรื้อ ที่เกิดจากเมล็ดข้าวฤดูที่ผ่านมาร่วงหล่นในนา
4.ข้าวปน ที่เกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติ เช่น ปะปนขณะตกกล้า เก็บเกี่ยว การำความสาด การตาก การนวด ยุ้งฉาง เป็นต้น
การปลูกข้าวในระยะ 4-5 ปีหลังมานี้ จะมีการระบาดของข้าววัชพืช หรือ “weedy rice” ซึ่งเป็นลูกหลานของพันธุ์ผสมข้าวป่าและข้าวปลูก ในรูปแบบต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพลักษณะอาจเหมือนต้นข้าวปลูกจนแยกไม่ออกในระยะต้นกล้า และสามารถเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วจนปกคลุมจนมองไม่เห็นต้นข้าวใน 2-3 ฤดู หากไม่จำกัด มีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น แยกตามลักษณะได้ดังนี้
-ข้าวหาง ข้าวนก ข้าวป่า ข้าวละมาน เมล็ดร่วงเมื่อแก่ก่อนเกี่ยว ข้าวกล้องมีทั้งสีขาวและแดง (ข้าวลาย หรือ ข้าวแดง)
-ข้าวดีด หรือ ข้าวเด้ง ทั่วไปออกดอกก่อนข้าวปลุก เมล็ดไม่มีหาง
 
 ขั้นตอนการจัดทำแปลงเมล็ดพันธุ์
1. การคัดเลือกพื้นที่
(1)ควรเป็นพื้นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง ไม่มีปัญหาดินกรดจัด ดินเค็ม หรือมีสารพิษตกค้าง
(2)ควรเป็นพื้นที่ควบคุมน้ำได้ หรือมีน้ำพอเพียง ไม่เสี่ยงต่อฝนแล้งหรือน้ำท่วม
(3)ไม่ควรอยู่ใกล้คอกสัตว์ บ่อเลี้ยงปลา หรือเลี้ยงกุ้ง
(4)เป็นพื้นที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่ เพื่อสะดวกในการควบคุมดูแลและให้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่
(5)มีเส้นทางคมนาคมสะดวกในการที่จะเข้าถึงแปลง เพื่อการขนส่งสะดวกและรวดเร็ว
2. การคัดเลือกเกษตรกรผู้เข้าร่วมจัดทำแปลง พิจารณาจากเกษตรกรผู้สมัครใจ มีความตั้งใจ และยินยอมให้ความร่วมมือเพื่อปฏิบัติตามแนวทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเมล็ดพันธุ์
3. การคัดเลือกพันธุ์ข้าว
(1)เลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำฝน
(2)ใช้พันธุ์ข้าวที่ตรงกับความต้องการของตลาด
4. เมล็ดพันธุ์
เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ควรเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ กล่าวคือ มีความบริสุทธิ์ของพันธุ์ไม่น้อยกว่า 98% มีความงอกไม่น้อยกว่า 80% และมีปริมาณเมล็ดข้าวพันธุ์อื่นปนไม่เกิน 20 เมล็ดใน 500 กรัม และเมล็ดข้าววัชพืชที่เป็นข้าวแดงปนไม่เกิน 10 เมล็ดใน 500 กรัม หรืออาจจัดหาเมล็ดพันธุ์ขยายได้จากกรมการข้าว ซึ่งมีเมล็ดข้าวพันธุ์อื่นปนไม่เกิน 15 เมล็ดใน 500 กรัม และเมล็ดข้าววัชพืชที่เป็นข้าวแดงปนไม่เกิน 5 เมล็ดใน 500 กรัม
5. การเตรียมพื้นที่
(1)เตรียมดินอย่างดีเพื่อกำจัดข้าวเรื้อ ยิ่งถ้าปลูกข้าวพันธุ์อื่นมาก่อนต้องเข้มงวดเป็นพิเศษและกำจัดวัชพืช เพื่อช่วยให้ข้าวเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
(2)การเตรียมดินให้มีสภาพเหมาะสม ควรปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสม เช่น ปลูกพืชตระกูลถั่วเป็นปุ๋ยพืชสด ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ร่วมกับปุ๋ยเคมี
การใส่ปุ๋ยเคมี ใส่ตามคำแนะนำ โดยใส่ปุ๋ยเคมีอัตราที่แนะนำ 2-3 ครั้ง ปุ๋ย P K ให้ใส่ทั้งหมดในการใส่ปุ๋ยครั้งแรก และปุ๋ย N ให้แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง ที่ระยะกล้า ระยะแตกกอ และระยะสร้างรวงอ่อนหากจะมีการใส่ปุ๋ยเพิ่งหลังจากข้าวสร้างรวงอ่อน ให้ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอีกครั้งเมื่อสังเกตได้ว่าใบข้าวที่อยู่ใกล้ใบธงเริ่มมีสีเหลือง ลำต้นไม่แข็งแรงจึงใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอีกเล็กน้อย
สำหรับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหลังจากข้าวออกดอกไม่แนะนำให้ปฏิบัติ เพราะจะทำให้ข้าวแก่ช้าเมล็ดอวบอ้วน การสีข้าวทำให้เมล็ดแตกหักได้ง่าย และอาจมีโรค หรือแมลงรบกวนได้ โรคที่เกิดที่เมล็ดอย่างหนึ่งคือโรคเมล็ดด่าง ทำให้ข้าวคุณภาพไม่ดี ราคาข้าวตกต่ำลง
การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ ทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ต้องใส่ระยะเตรียมดิน คือไถกลบลงในดินก่อนปลูกข้าว 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาปุ๋ยอินทรีย์ย่อยสลายลงในดินก่อนการหว่านข้าวหรือปักดำสำหรับปุ๋ยพืชสด แนะนำให้ปลุกพืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ถั่วพุ่ม ถั่วเขียว หรือ โสน ได้แก่ โสนอัฟริกัน โสนอินเดีย ปลูกและไถกลบก่อนเตรียมดินปลูกข้าว

การดูแลรักษาและตัดข้าวปน
     การจัดทำแปลงพันธุ์ เกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทั้งระดับน้ำ การใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่องการตัดพันธุ์ปนเป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่สำคัญมากเพื่อควบคุมไม่ให้มีพันธุ์อื่นปน โดยควรมรการตรวจตัดพันธุ์ปนตามความเจริญเติบโตของข้าวใน 5 ระยะ ได้แก่
     ระยะกล้า ถอนกำจัดข้าวเรื้อ ตรวจดูกล้าที่มีลักษณะผิดปกติ หรือเป็นโรค ให้ถอนทำลาย
     ระยะแตกกอ ตรวจดูลักษณะการแตกกอ การบูชา สีของส่วนต่างๆ ของใบ และต้น ขนาดของใบ ข้อต่อ ความสูง หากพบต้นผิดปกติให้ถอนทิ้งหรือทำลาย
     ระยะออกดอก ตรวจดูความสูงต่ำของต้นข้าวในระยะออกดอก อายุการออกดอก ลักษณะการออกดอก สีและขนาดของดอก เกสรตัวผู้และตัวเมีย หากพบต้นผิดปกติให้ตัดทิ้ง
     ระยะโน้มรวง ตรวจดูพบลักษณะที่ผิดปกติ โน้มรวงก่อนหรือหลังต้นอื่น ลักษณะเมล็ด ใบธง หากผิดปกติให้ตัดทิ้ง
     ระยะเมล็ดสุกแก่ เมื่อข้าวสุกแก่ รวงจะเริ่มเหลือง ให้ตรวจดูลักษณะของรวง ความถี่ห่างของระแง้ และเมล็ด โดยตรวจดูสีและจุดประบนเมล็ด รวมทั้งความผิดปกติจากโรคหรือแมลง หากพบให้ตัดทิ้ง
วิธีการกำจัดทำได้โดย
(1)การถอน ควรถอนทิ้งทั้งราก ต้นหรือกอ ที่พบเป็นข้าวปนในระยะแตกกอ
(2)การตัด ควรตัดทิ้งทั้งต้นหรือกอและตัดให้ชิดดินในระยะที่ข้าวไม่สามารถงอกหรือแตกหน่อใหม่มาเป็นข้าวปนได้อีก เช่น ระยะออกดอก โน้มรวง หรือระยะสุกแก่

การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
     โรคและแมลง ศัตรูข้าว ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงถึงร้อยละ 20 การป้องกันและกำจัดศัตรูข้าว เช่น
     วิธีเขตกรรม : ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมปลูกพืชหมุนเวียน
     วิธีการใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสม : ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่สะอาด ต้านทานโรค หรือ แมลง
     วิธีการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งอัตรา เวลาที่ใช้ หรือใส่ปุ๋ยเร่งการเติบโต
     วิธีการใช้สารเคมีฉีดพ่นเมื่อพบการระบาด หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนปลูก
หรือ การใช้วิธีกลเพื่อการป้องกัน เช่น ใช้กับดักแสงไฟล่อตัวแก่ของแมลงที่ทำลายต้นข้าว
     การเลือกใช้วิธีหนึ่งวิธีใดอาจจะไม่ได้ผล การจักการศัตรูข้าวด้วยวิธีผสมผสานจึงเป็น “วิธีการรวมเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ เพื่อควบคุมประชากร(จำนวน)ของศัตรูข้าว ให้ลดน้อยลงด้วยวิธีการป้องกัน”เช่น ใช้พันธุ์ต้านทาน การเขตกรรม การทำหมันแมลง ใช้การดึงดูดแมลง การใช้วิธีโดยส่งเสริมประสิทธิภาพของสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูของศัตรูข้าวอีกทีหนึ่ง และท้ายสุด อาจต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดตามความจำเป็น ซึ่งจะต้องใช้ตามกรรมวิธีที่ถูกต้อง
     การป้องกันกำจัดศัตรูพืช ควรยึดหลักการผสมผสาน โดยหมั่นตรวจแปลง หากพบการระบาดของศัตรูพืชจนถึงจุดเกิดอันตราย ค่อยดำเนินการใช้สารเคมีที่ทางราชการอนุญาตให้ใช้ได้ เช่น หากพบปริมาณแมลงศัตรูธรรมชาติในปริมาณที่สูง เช่น แมงมุม แมลงปอ แตนเบียน มวนเพชฌฆาต ก็ไม่ควรใช้สารเคมี เพราะแมลงจะควบคุมกันเอง
การเก็บเกี่ยว การนวด ทำความสะอาด และการตากลดความชื้น
     เมล็ดข้าวจะพัฒนาจนสุกแก่เมื่ออายุหลังออกดอก 28-30 วัน เรียกว่าระยะพลับพลึง จึงเก็บเกี่ยวสังเกตได้จากรวงข้าวสามในสี่ส่วนจากปลายรวงมีสีเหลืองฟางข้าว และที่ที่โคนรวงยังมีสีเขียวอ่อน ระยะนี้เมล็ดข้าวมีความชื้นประมาณ 20-25% แล้วแต่พันธุ์ แล้วตาก 2-3 แดดจนแห้งสนิทความชื้น 12-13% โดยเน้นความสะอาด ปราศจากการปนเปื้อนของข้าวพันธุ์อื่นทั้งในรถเกี่ยว รถนวด ลานตาก และกระสอบบรรจุ ทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์โดยเป่าลมให้ข้าวลีบหรือเศษฟางและเมล็ดวัชพืชออกให้หมดโดยมีสิ่งเจือปนได้ไม่เกินร้อยละ 2 ความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 เมล็ดข้าวพันธุ์อื่นปนไม่เกิน 20 เมล็ดใน 500 กรัม และเมล็ดข้าววัชพืชที่เป็นข้าวแดงปนไม่เกิน 10 เมล็ดใน 500 กรัม และมีความงอกไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 กรณีใช้เครื่องอบความร้อนควรใช้อุณหภูมิลมร้อนประมาณ 42 C
การเก็บรักษา ปฏิบัติดังนี้
(1)เก็บในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ป้องกันแดดและฝนได้ดี
(2)ใช้ไม้หรือแคร่รองรับกระสอบเมล็ดพันธุ์ ไม่วางบนพื้นดินหรือปูนซีเมนต์โดยตรง เก็บไว้เป็นสัดส่วน ไม่เก็บปะปนกับปุ๋ย สารเคมี และเมล็ดพันธุ์ข้าวชนิดอื่นโดยเด็ดขาด
(3)สภาพการจัดกองจะต้องมีช่องว่างให้สามารถเข้าสุ่มตัวอย่างได้รอบกอง
(4)หมั้นตรวจสอบและป้องกันกำจัดแมลงศัตรูที่จะเข้าทำลายขณะเก็บรักษา ระหว่างที่เก็บรักษาควรสุ่มตัวอย่างตรวจสอบคุณภาพเกี่ยวกับ ความชื้นไม่เกิน 14% ความบริสุทธิ์ของพันธุ์ ความงอก เพื่อสร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรผู้ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกในฤดูต่อไป

การป้องกันการปนพันธุ์
- การใช้เครื่องเกี่ยวนวดต้องทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง
- การเก็บเกี่ยวให้เกี่ยวแถวคลุมออกก่อน
- การนวด และภาชนะบรรจุให้ทำความสะอาดทุกครั้ง
- ควรติดป้ายแสดงชนิดพันธุ์ ระบุรายละเอียดและจำนวนกระสอบไว้ด้วย
 
มาตรฐานคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์จำหน่าย
 
คุณภาพศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสหกรณ์การเกษตรศูนย์ข้าวชุมชน
เมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ ต่ำสุด (%)98(%)98(%)98(%)
สิ่งเจือปนสูงสุด (%)2(%)2(%)2(%)
เมล็ดข้าวพันธุ์อื่นๆ สูงสุด

20 เมล็ด

ใน 500 กรัม

20 เมล็ด

ใน 500 กรัม

20 เมล็ด

ใน 500 กรัม

ข้าวแดงสูงสุด

10 เมล็ด

ใน 500 กรัม

10 เมล็ด

ใน 500 กรัม

10 เมล็ด

ใน 500 กรัม

ความชื้นสูงสุด(%)14(%)14(%)14(%)
ความงอก ต่ำสุด(%)80(%)85(%)80(%)
 
แปลงขยายเมล็ดเมล็ดพันธุ์ข้าวสิ่งที่ต้องตรวจข้อกำหนดหรือจำนวนที่ยอมให้มีได้
แปลงพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่าย
ก.แปลงกล้า1.พันธุ์อื่น (สูงสุด)1 : 10,000 (0.01%)
 2.ระยะระหว่างแปลงกล้า จากแปลงกล้าพันธุ์อื่น (ต่ำสุด)(1)ระยะ 3 เมตร หรือ
(2)ระยะ 1 เมตร โดย
ห้ามมิให้ถอนต้นกล้าริมแปลงด้านที่ติดกับแปลงกล้าพันธุ์อื่นไปปลูกในแปลงขยายพันธุ์
ข.แปลงปลูก1.พันธุ์อื่น (สูงสุด)1 : 10,000 (0.01%)
 2.ข้าวแดง (สูงสุด)1 : 10,000 (0.01%)
 3.ข้าววัชพืช (สูงสุด)1 : 10,000 (0.01%)
 4.ระยะระหว่างแปลงปลูกพันธุ์อื่น (ต่ำสุด)
4.1 ถ้าแปลงพันธุ์อื่นที่อยู่ข้างเคียงปลูกโดยวิธีหว่าน

(1)ระยะ 3 เมตร หรือ
(2)ระยะ 1 เมตร โดยมี
แถวคุมนับจากขอบแปลงด้านที่ติดกับพันธุ์อื่นเข้ามาในแปลงปลูกเป็นระยะทาง 1เมตร และห้ามเก็บเกี่ยวแถวคุมมาเป็นเมล็ดพันธุ์
 4.2 ถ้าแปลงพันธุ์อื่นที่อยู่ข้างเคียง ปลุกโดยวิธีปักดำ(1)ระยะ 1 เมตร หรือ
(2)ระยะ 2.5 เมตร โดยมี
แถวคลุมนับจากขอบแปลงด้านที่ติดกับพันธุ์อื่นเข้ามาในแปลงปลูกเป็นระยะ 1 เมตร และห้ามเก็บเกี่ยวแถวคลุมมาเป็นเมล็ดพันธุ์

ที่มา : ระเบียบสำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว ว่าด้วยมาตรฐานแปลงขยายพันธุ์ข้าว พ.ศ. 2553 ประกาศ ณ วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

Powered by MakeWebEasy.com