ปัจจุบันประเทศไทยได้นำเข้าปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกร แต่การใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นการใช้แต่เพียงธาตุอาหารหลักอย่าง ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแตสเซียม และมีเพียงส่วนน้อยที่เป็นธาตุอาหารรองและเสริม เช่น แคลเซียม, แมกนีเซียม, กำมะถัน, เหล็ก, แมงกานีส, สังกะสี, ทองแดง, โบรอน, โมลิบดีนัม, คลอรีน และนิเกิล เพราะธาตุอาหารรองและเสริมนั้นมีอยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก แต่ในอดีตดินในประเทศไทยยังมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เมื่อการทำการเกษตรของไทยเปลี่ยนจากเกษตรอินทรีย์สู่เคมีมานานกว่า 70 ปี อินทีย์วัตถุในดินถูกใช้หมดไปพร้อมกับธาตุอาหารรองและเสริมก็ได้หมดตามไปด้วย จนเกิดสภาพดินทรุดโทรมในปัจจุบัน สังเกตุได้จากดินที่เปลี่ยนสีจากสีดำ เป็น สีน้ำตาลจนไปถึงดินที่เป็นทราย พืชต้องการใช้ธาตุอาหารรองและเสริมไม่มากก็จริง แต่ไม่สามารถขาดธาตุใดธาตุหนึ่งได้ ถ้าขาดธาตุใดธาตุหนึ่ง พืชจะแสดงอาการออกมาให้เห็น เช่น ใบด่าง ใบหงิกงอ ขอบใบแห้ง ต้นแคระแกรนเจริญเติบโตช้า ดอกร่วง ผลแตก ขั้วผลไม่แข็งแรง ส่งผลไปจนถึงการทำให้โรคและแมลงเข้าทำลายได้ง่ายขึ้น จนแยกแทบไม่ออกว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ระหว่างเป็นโรคพืช ขาดธาตุอาหาร หรือธาตุอาหารในดินเป็นพิษกันแน่...


ติดตามเพจ ''เกษตรสามช่า'' คลิ๊ก!! 
image
image
New
THB 690 ฿ 690
Powered by MakeWebEasy.com